การพัฒนาสื่อการนำเสนอด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ
หน้าแรก exam.in.th ข้อสอบออนไลน์วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ เรื่อง การนำเสนองาน ม.3
  หน้าแรก : เว็บบอร์ด : ราคาระบบข้อสอบ : คู่มือการใช้งาน Thai English


หมวดหมู่


บทความล่าสุด

รับสร้างเว็บไซต์ ครบวงจร php asp.net java mysql vb oracle flash รับสร้างเว็บไซต์ ครบวงจร php asp.net java mysql vb oracle flash

การพัฒนาสื่อการนำเสนอด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ


บทความทั้งหมด > ความรู้ > การพัฒนาสื่อการนำเสนอด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ

ความหมายของสื่อ

เมื่อพิจารณาคำว่า ?สื่อ? ในภาษาไทยกับคำในภาษาอังกฤษ พบว่ามีความหมายตรงกับคำว่า ?media? (ในกรณีที่มีความหมายเป็นเอกพจน์จะใช้คำว่า ?medium?)

คำ ว่า ?สื่อ? ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ได้ให้ ความหมายของคำนี้ไว้ดังนี้ ?สื่อ (กริยา) หมายถึง ติดต่อให้ถึงกัน เช่น สื่อความหมาย, ชักนำให้รู้จักกัน สื่อ (นาม) หมายถึง ผู้หรือสิ่งที่ติดต่อให้ถึงกันหรือชักนำให้รู้จักกัน เช่น เขาใช้จดหมายเป็นสื่อติดต่อกัน, เรียกผู้ที่ทำหน้าที่ชักนำให้ชายหญิงได้แต่งงานกันว่า พ่อสื่อ หรือ แม่สื่อ; (ศิลปะ) วัสดุต่างๆ ที่นำมาสร้างสรรค์งานศิลปกรรม ให้มีความหมายตามแนวคิด ซึ่งศิลปินประสงค์แสดงออกเช่นนั้น เช่น สื่อผสม?

นักเทคโนโลยีการศึกษาได้มีการนิยามความหมายของคำว่า ?สื่อ? ไว้ดังต่อไปนี้

Heinich และคณะ (1996) Heinich เป็นศาสตราจารย์ ภาควิชาเทคโนโลยีระบบการเรียนการสอน ของมหาวิทยาลัยอินเดียน่า (Indiana University) ให้คำจำกัดความคำว่า ?media? ไว้ดังนี้ ?Media is a channel of communication.? ซึ่งสรุปความเป็นภาษาไทยได้ดังนี้ ?สื่อ คือช่องทางในการติดต่อสื่อสาร? Heinich และคณะยังได้ขยายความเพิ่มเติมอีกว่า ?media มีรากศัพท์มาจากภาษาลาติน มีความหมายว่า ระหว่าง (between) หมายถึง อะไรก็ตามซึ่งทำการบรรทุกหรือนำพาข้อมูลหรือสารสนเทศ สื่อเป็นสิ่งที่อยู่ระหว่างแหล่งกำเนิดสารกับผู้รับสาร?

A. J. Romiszowski (1992) ศาสตราจารย์ทางด้านการออกแบบ การพัฒนา และการประเมินผลสื่อการเรียนการสอน ของมหาวิทยาลัยซีราคิวส์ (Syracuse University) ให้คำจำกัดความคำว่า ?media? ไว้ดังนี้ ?the carriers of messages, from some transmitting source (which may be a human being or an inanimate object) to the receiver of the message (which in our case is the learner)? ซึ่งสรุปความเป็นภาษา ไทยได้ดังนี้ ?ตัวนำสารจากแหล่งกำเนิดของการสื่อสาร (ซึ่งอาจจะเป็นมนุษย์หรือวัตถุที่ไม่มีชีวิต ) ไปยังผู้รับสาร (ซึ่งในกรณีของการเรียนการสอนก็คือ ผู้เรียน)?

ดัง นั้นจึงสรุปได้ว่า สื่อ หมายถึง สิ่งใดๆ ก็ตามที่เป็นตัวกลางระหว่างแหล่งกำเนิดของสารกับผู้รับสาร เป็นสิ่งที่นำพาสารจากแหล่งกำเนินไปยังผู้รับสาร เพื่อให้เกิดผลใดๆ ตามวัตถุประสงค์ของการสื่อสาร

การแบ่งประเภทของสื่อ

การแบ่งประเภทของสื่อ นักวิชาการได้แบ่งไว้หลายรูปแบบ ได้แก่

1. แบ่งประเภทของสื่อออกเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้

1.1 สื่อสิ่งพิมพ์ (Printed Media) ได้แก่ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หนังสือ ภาพถ่าย

1.2 สื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Media) ได้แก่ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ ภาพยนตร์

2. แบ่งประเภทของสื่อออกเป็นสื่อที่รับรู้โดยการฟังหรือสื่อโสต การเห็นหรือสื่อทัศน์ และทั้งการฟังและการมองเห็นหรือสื่อโสตทัศน์ ดังนี้

2.1สื่อโสต (Audio Media ) ได้แก่ วิทยุกระจายเสียง เทป

2.2 สื่อทัศน์ ( Visual Media) ได้แก่ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หนังสือ ภาพถ่าย

3. แบ่งประเภทของสื่อเป็นสื่อร้อนและสื่อเย็น ดังนี้

3.1 สื่อร้อน (Hot Media) สื่อ ที่นำสารส่งไปยังผู้รับสาร และผ฿้รับสารไม่ได้มีส่วนร่วมในการส่งสารเลย ผู้รับสารไม่ต้องใช้ความพยายามใด เพื่อให้ได้สารที่สมบูรณ์ เพราะมีคนจัดคอยดูแลให้ เช่น ภาพยนตร์ มีช่างเทคนิคของโรงภาพยนตร์ได้จัดการฉายให้ชม เป็นต้น

3.2 สื่อเย็น (Cool Media) คือ สื่อที่นำข่าวสารไปยังผู้รับ โดยบางครั้ง ผู้รับสารจำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการพยายามให้ได้ข่าวสารที่สมบูรณ์ เช่น วิทยุโทรทัศน์ภาพล้ม ผู้ชมต้องปรับภาพ เป็นต้น

4. การแบ่งประเภทของสื่อโดยธรรมชาติในการนำสาร ดังนี้

4.1 สื่อวัจนะ ได้แก่ สื่อที่นำสารในลักษณะที่เป็นภาษาพูด ภาษาเขียน เช่น การพูด การเขียน ทางสื่อมวลชนต่าง ๆ เป็นต้น

4.2 สื่ออวัจนะ ได้แก่สื่อที่นำสารซึ่งไม่เป็นภาษาพูด แต่เป็นสัญลักษณ์ เครื่องหมาย (Signs) และ อากัปกิริยา การเคลื่อนไหวของร่างกาย ริมฝีปาก การแสดงออกบนใบหน้า นัยน์ตา การขมวดคิ้ว การใช้สัญญาณมือ การสัมผัส การใช้สัญญาณไฟ การตีเกราะ กลอง การยิงพลุเพื่อขอความช่วยเหลือของผู้ที่รอดชีวิตจากเครื่องบินตก หรือเรืออับปราง สัญญาณจราจร ป้ายทางเข้าออก ทางไปห้องน้ำชาย ? หญิง ฯลฯ นอกจากนั้น ยังมีสื่อวัฒนธรรมหรือสื่อพื้นบ้าน เช่น ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน ดนตรี การแต่งกาย และสื่อทัศนศิลป์

5. การแบ่งประเภทของสื่อ ตามรูปแบบและสถานการณ์การสื่อสาร สามารถแบ่งสื่อได้เป็น 3 ลักษณะ ดังนี้

5.1 สื่อภายในบุคคล ( Intrapersonal Communication) เป็น การสื่อสารกับตนเอง หรือการส่งสารของบุคคลคนเดียว แต่ละบุคคลมีการสื่อสารภายในตนเองทุกคน เนื้อหาสาระในการสื่อสารมาจากประสบการณ์ ข่าวสาร และข้อมูลที่แต่ละคนได้รับ ตัวบุคคลจึงนับได้ว่าเป็นสื่อหรือช่องทางในการสื่อสารกับตนเอง หรือการสื่อสารภายในบุคคล

5.2 สื่อระหว่างบุคคล ( Interpersonal Communication) การสื่อสารระหว่างบุคคลเป็นรูปแบบของการสื่อสารตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป สื่อที่ใช้ในการสื่อสารประเภทนี้ คือ สื่อบุคคล บุคคลได้มีการพูดกันอย่างเป็นทางการ และไม่เป็นทางการ ได้ติดต่อสื่อสารกันทางจดหมาน โทรเลข โทรศัพท์ โทรพิมพ์ เทเลคอมเฟอเร็นซ์ การสื่อสารระหว่างบุคคลนั้น ผู้ส่งสารรู้แน่ชัดว่าเป็นกลุ่มใด ผลสะท้อนกลับจากผู้รับสารก็มีได้ง่ายกว่า สื่อหรือช่องทางการสื่อสารสามารถใช้นำสารได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

5.3 การสื่อสารมวลชน (Mass Communication) เป็นการแบ่งประเภทสื่อโดยอาศัยการรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสเป็นหลัก คือ

1. สื่อที่รับได้ด้วยการมองเห็น หรือสื่อทัศน์ (Visual Media) ได้แก่ หนังสือพิมพ์ (Newspaper) ภาพถ่าย( Photography)

2. สื่อที่รับได้ด้วยการฟัง (Audio Media) หรือสื่อโสต ได้แก่ วิทยุกระจายเสียง

3. สื่อไที่รับได้ด้วยการฟังและการมองเห็น หรือสื่อโสตทัศน์ (Audio-Visual Media) ผู้รับสารรับสารโดยการมองเห็นและการได้ยินพร้อม ๆ กัน ได้แก่ วิทยุโทรทัศน์ ภาพยนตร์ วีดิโอ (Video) วีดิโอดิส ( Videodise) การแสดงบนเวที ( Theatre) เช่น ละคร ดนตรี อุปรากร การฟ้อนรำ เป็นต้น

6. การแบ่งประเภทของสื่อเป็นสื่อสนับสนุน ( Supporting Channels) แบ่งได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้

6.1 สื่อสนับสนุนในการบันทึกข่าวสาร คือ โครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวกับการพิมพ์ การบันทึกเสียง การบันทึกภาพ ซึ่งต้องอาศัยเครื่องพิมพ์ เครื่องบันทึกเสียง เครื่องเล่นแผ่นเสียง กล้องถ่ายรูป และวัสดุรองรับสาร ได้แก่ กระดาษ แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพ ฟิล์ม แผ่นเสียง เป็นต้น

6.2 สื่อสนับสนุนในการขนส่งข่าวสาร คือ โครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวกับระบบการคมนาคม (Transportation) และบริการไปรษณีย์ ( Postal Services) ได้แก่ เครือข่ายของเส้นทางคมนาคมทางบก ทางอากาศ ทางเรือ ยานพาหนะ บริการส่งจดหมาย และไปรษณีย์ภัณฑ์ อื่น ๆ

6.3 สื่อสนับสนุนในการถ่ายทอดข่าวสาร เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้การถ่ายทอดข่าวสาร ( Transmission of messages) จาก ที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง โดยอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ถ่ายทอดสัญญาณผ่านระบบสาย ระบบวิทยุ ระบบแสง และระบบสื่อสารดาวเทียม ซึ่งอาจเรียกรวมกันว่า ?การสื่อสารโทรคมนาคม? (Telecommunication) หรือสื่อส่งสัญญาณ (Transmission Media) ได้แก่ โทรเลข ดทรศัพท์ โทรพิมพ์ โทรภาพ โทรสาร โทรทัศน์ตามสาย วิทยุคมนาคม เป็นต้น

ในที่นี้ จะพิจารณาเรื่องสื่อ ตามเหตุการณ์ท่างการสื่อสารตามลำดับ ( Chronology of Communication Events)

สื่อ ในชีวิตประจำวันของเรานั้นมีอยู่หลายรูปแบบและหลายประเภทขึ้นอยู่กับการ เสพย์สื่อของเราว่าเราต้องการเสพย์สื่อชนิดใด ประเภทใดและมารูปแบบของอะไร สื่อที่มีอิทธิพลมากที่สุดในชีวิตประจำวันของเรานั้นเป็นที่แน่นอนได้เลยว่า ยังไงก็หนีไม่พ้น โทรทัศน์ ที่นำเสนอข้อมูล ข่าวสารต่างๆ ให้เรารับรู้อยู่ทุกวี่วันแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าสื่อชนิดใดนั้นนำเสนอ ข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริงไม่ได้ผ่านการตัดต่อ ในประเทศไทยนั้นสื่อทุกชนิดทุกรูปแบบจะถูกตัดต่อ ใส่สี เพื่อที่จะได้มาซึ่งข่าว ดังนั้น ข่าวสารที่เราได้รับนั้นจะมีความจริงอยู่เพียงไม่กี่ เปอเซนต์เท่านั้นและสื่อทางโทรทัศน์ในทุกวันนี้ก็ได้เริ่มมีการแบ่งฝ่ายและ นำเสนอข่าวในคนละมุมมองซึ้งเดป็นผลกระทบมาจากการเมืองไทยทุกวันนี้ที่มีความ แปรปรวนและไร้เสถียรภาพและมีกลุ่มคนออกมายุยงให้เกิดความแตกแยกในหมู่คณะที่ ทำงานร่วมกัน และโทรทัศน์ในประเทศของเรานั้นที่สามารถมองออกได้ชัดเจนเลยว่าช่องไหนอยู่ ฝ่ายใด คือ ช่องทีวีไทย(ThaiPBS)มักจะนำเสนอข่าวเอนเอียงไปทางกลุ่ม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) และช่อง NBT นั้นจะเสนอข่าวเอนเองไปทางกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.)แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า อันไหนจริงอันไหนลวงสำหรับการเสพย์สื่อนั้น  เมื่อ หลังจากที่เราได้ดูและรับสารนั้นมาแล้วก็ควรที่จะมีการคิดวิเคราะห์และ เปรียบเทียบเนื้อหาของสารนั้นกับสื่อชนิดและประเภทอื่นแล้วเราก็จะพบได้ว่า ความจริงของข่าวนั้นมีมากน้อยเพียงใด

แก้ไขวันที่ 06/03/2017 11:11:25     เข้าชม 111 ครั้ง
  สปริงเกอร์.com ไอเดียแต่งบ้าน homeEST.com | Powered by webUB.com Copyright © 2017 EXAM.in.th