ความเป็นมาของการปลูกพืชไร้ดิน
ข้อสอบ แนวข้อสอบ คลังข้อสอบ exam.in.th
  หน้าแรก : เว็บบอร์ด : ราคาระบบข้อสอบ : คู่มือการใช้งาน Thai English


หมวดหมู่


บทความล่าสุด

รับสร้างเว็บไซต์ ครบวงจร php asp.net java mysql vb oracle flash รับสร้างเว็บไซต์ ครบวงจร php asp.net java mysql vb oracle flash

ความเป็นมาของการปลูกพืชไร้ดิน


บทความทั้งหมด > บทเรียนออนไลน์ ม.4 > ความเป็นมาของการปลูกพืชไร้ดิน
การปลูกพืชไร้ดิน
ตัวชี้วัด

  1. อธิบายวิธีการทำงานเพื่อการดำรงชีวิต (ง1.1 ม.4-6/1)
  2. สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์และมีทักษะการทำงานร่วมกัน (ง1.1 ม.4-6/2)
  3. มีทักษะการจัดการในการทำงาน(ง1.1 ม.4-6/3)
  4. มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการทำงาน(ง1.1 ม.4-6/4)
  5. มีทักษะในการแสวงหาความรู้เพื่อการดำรงชีวิต(ง1.1 ม.4-6/5)
  6. มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทำงาน(ง1.1 ม.4-6/6)
  7. ใช้พลังงานทรัพยากรในการทำงานอย่างคุ้มค่าและยั่งยืนเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม(ง1.1 ม.4-6/7)
สาระการเรียนรู้

  1. ความเป็นมาของการปลูกพืชไร้ดิน
  2. ความหมายและความสำคัญของการปลูกพืชไร้ดิน
  3. ข้อดีและข้อเสียของการปลูกพืชไร้ดิน
  4. ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืชที่ปลูกแบบไร้ดิน
  5. ระบบการปลูกพืชไร้ดิน
  6. วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการปลูกพืชไร้ดิน
  7. ขั้นตอนการปลูกพืชไร้ดิน
สาระสำคัญ

การปลูกพืชไร้ดินเป็นเทคโนโลยีทางการเกษตรที่ช่วยประหยัดพื้นที่ในการปลูกพืช ลดปัญหาเรื่องโรคและแมลงศัตรูพืช ลดการใช้สารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืช พืชที่ปลูกจึงสะอาดปลอดภัยต่อการบริโภค และปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ความเป็นมาของการปลูกพืชไร้ดิน


การปลูกพืชไร้ดิน ได้มีการริเริ่มทดลองในน้ำครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1600  โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวเบลเยี่ยมชื่อ แยน แวน เฮลมองท์ (Jan Van Helmont) และสรุปว่าทุกๆส่วนของพืชต้องการน้ำ ต่อมาได้มีนักวิทยาศาสตร์หลายท่านได้ทำการทดลองปลูกพืชในทรายโดยเพิ่มสารละลายธาตุอาหารพืชลงไปด้วย และที่ก้าวหน้ามากขึ้นใน ค.ศ. 1860 - ค.ศ. 1865   นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันได้แก่ เเซคส์ (Sach) และ นอป (Knop) สามารถคิดสูตรและผสมสารละลายธาตุอาหารพืชที่สามารถปลูกพืชตามความต้องการได้


แยน แวน เฮลมองท์ (Jan Van Helmont)

นอกจากนี้ในคศ 1928  ที่ สถานีทดลองโรดไอแลนด์ (Rhode Island)และ นิวเจอร์ซีย์ (New Jersey) ประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการทดลองปลูกพืชไร้ดิน แต่ใช้ทรายเป็นวัสดุปลูกและใส่สารละลายธาตุอาหารพืชลงไปด้วย ทำให้ได้ผลผลิตที่ดี  สามารถจำหน่ายเป็นการค้าได้เป็นครั้งแรก จนกระทั่งใน ค.ศ. 1920- 1930 ดร.วิลเลียม เอฟ เกอริค (Dr.William F. Gericke) แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเป็นผู้ทำการทดลองปลูกมะเขือในน้ำที่ผสมสารละลายธาตุอาหารพืชตามสูตรของตนเองเป็นครั้งแรก โดยเลือกการปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์

ดร.วิลเลียม เอฟ เกอริค (Dr.William F. Gericke)




สำหรับประเทศไทยมีการปลูกพืชด้วยวิธีนี้เป็นเชิงพาณิชย์มาไม่นานและยังไม่แพร่หลายมากกว่า 30 ปีแล้ว โดยการวิจัยเริ่มแรกทำการทดสอบกับพืชผักหลายชนิดที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่าเทคนิคปลูกในสารละลายแบบน้ำลึก ประสบความสำเร็จน่าพอใจ แต่ระบบให้น้ำไหลผ่านรากพืชเป็นชั้นบางๆ ในขณะนั้นยังต้องมีการปรับปรุงและพัฒนา


ในระหว่างพศ 2530 - 2535 ได้มีการศึกษาเพื่อพัฒนาการปลูกพืชไม่ใช้ดิน ณ วังสวนจิตรลดา เพื่อจะได้นำเทคนิคนี้ไปใช้ในการปลูกพืชในพื้นที่ที่ดินมีปัญหาในการเพาะปลูก การปลูกพืชใช้ระบบวัสดุปลูกรดด้วยน้ำสารละลายธาตุอาหาร โดยใช้กระบะบรรจุสารละลายมาตรฐานเป็นแปลงปลูก พบว่า สามารถปลูกพืชได้หลายชนิด เช่น พืชผัก ได้แก่ คะน้า กวางตุ้ง กะหล่ำดอก ผักกาดหัว ผักกาดขาว ผักบุ้งจีน ผักกาดหอม ขึ้นฉ่าย ผักชี หอมแดง มะเขือ มะเขือเทศ แตงเทศ ไม้ดอกได้แก่ ดาวเรือง บานชื่น พิทูเนีย กุหลาบ และไม้ประดับ เช่น โกศล  หมากผู้หมากเมีย สาวน้อยประแป้ง ไผ่ฟิลิปปินส์ ซึ่งผลจากการวิจัยได้มีผู้สนใจนำไปปรับใช้ในการปลูกพืชด้วยวิธีไฮโดรพอนิกส์เป็นการค้าจนถึงปัจจุบัน


ด้านกองเกษตรเคมี กรมวิชาการเกษตร ก็ได้มีการทดลองปลูกพืชผักหลายชนิด  เช่น ผักกวางตุ้ง ผักกาดขาว ผักกาดฮ่องเต้ และผักกาดหัว ในถังพลาสติกหุ้มด้วยกระดาษเพื่อลดอุณหภูมิ และใช้แผ่นโฟมรองด้วยพลาสติกกันน้ำออก มีการให้แก๊สออกซิเจนด้วยปั๊มอากาศ และมันดูแลไม่ให้น้ำยาแห้ง พบว่าเป็นวิธีที่ได้ผลที่พอสมควร


สถาบันที่มีการวิจัยการปลูกพืชไร้ดินอย่างต่อเนื่องตั้งแต่พ. ศ. 2526 คือสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จนถึงปัจจุบันได้มีการพัฒนาถึงขั้นจัดทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้คำนวณปริมาณธาตุกลางในการเตรียมสารละลายธาตุอาหารพืช และดัดแปลงระบบที่ใช้อยู่เป็นระบบขนาดเล็กเพื่อปลูกพืชผักสวนครัวหรือไม้ดอกไม้ประดับเป็นงานอดิเรกด้วย


นอกจากนี้บริษัท T A B วิจัยและพัฒนาจำกัด ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยเพื่อหาเทคนิคการปลูกพืชด้วยระบบไฮโดรโปนิกส์ที่เหมาะสำหรับประเทศไทยที่อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ


ระยะหลังได้มีการนำการปลูกพืชด้วยวิธีไฮโดรพอนิกส์มาปลูกพืชผักเป็นการค้ากันบ้างแล้วในประเทศไทยโดยระบบที่นำมาใช้กันแพร่หลายมีอยู่ 2 ระบบ ได้แก่ ระบบปลูกในสารละลายธาตุอาหารแบบสารละลายหมุนเวียน ซึ่งเป็นระบบสำเร็จรูปที่นำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย และระบบสารละลายหมุนเวียนชนิดไม่เติมอากาศซึ่งศึกษาและพัฒนาขึ้น ณ วังสวนจิตรลดา






แก้ไขวันที่ 23/05/2018 00:32:27     เข้าชม 74 ครั้ง
  สปริงเกอร์.com ไอเดียแต่งบ้าน homeEST.com | Powered by webUB.com Copyright © 2018 EXAM.in.th