ข้อสอบ ม.3 ปี 2551 วิทยาศาสตร์ สังคม
หน้าแรก exam.in.th ข้อสอบครู อาจารย์ ศึกษานิเทศก์
  หน้าแรก : เว็บบอร์ด : ราคาระบบข้อสอบ : คู่มือการใช้งาน Thai English


หมวดหมู่


บทความล่าสุด

รับสร้างเว็บไซต์ ครบวงจร php asp.net java mysql vb oracle flash รับสร้างเว็บไซต์ ครบวงจร php asp.net java mysql vb oracle flash

ข้อสอบ ม.3 ปี 2551 วิทยาศาสตร์ สังคม


บทความทั้งหมด > ข้อสอบ O-NET(โอเน็ต) > ข้อสอบ ม.3 ปี 2551 วิทยาศาสตร์ สังคม

1. ส่วนประกอบใดของเซลล์ที่พบทั้งในเซลล์พืชและเซลล์สัตว์

1. นิวเคลียส 2. ผนงเซลล ั ์

3. คลอโรฟลลิ ์ 4. คลอโรพลาสต์


2. ถากล้ าวว ่ า่ ?แมลงชางป้ กใสด ี ดกู นเพล ิ ยชน ้ี ดติ าง่ ๆ ได? ้ แมลงชางป้ กใสและเพล ี ย้ี

มความส ี มพั นธั ก์ นอย ั างไร ่

1. ทั้งสองชนิดได้ประโยชน์ร่วมกัน

2. ทั้งสองชนิดต้องพึ่งพากันและกัน

3. ชนดหน ิ งได ่ึ ประโยชน ้ ์อกชน ี ดหน ิ งเส่ึ ยประโยชน ี ์

4. ชนดหน ิ งได ่ึ ประโยชน ้ ์อกชน ี ดหน ิ งไม ่ึ ได่ ไม้ เส่ ยประโยชน ี ์


3. ให้ศึกษาข้อมูลในตาราง

ตาราง เวลาทใช่ี ย้อยอาหารจนหมดในหลอดทดลองท ่ ม่ีเอนไซม ี ค์ า่ pH ตางๆ ่

หลอดทดลองที่ คา่ pH ของเอนไซม์ เวลาทใช่ี ย้อยอาหารจนหมด ่ (นาท)ี

วทยาศาสตร ิ : ( ์ ขอละ ้ 2.5 คะแนน)

 1 5 17

 2 6 8

 3 7 3

 4 8 6

ผลสรปคุ ออะไร ื

1. เอนไซมหย์ ดทำงานท ุ pH 5 ่ี

2. เอนไซมทำงานได ์ เร้ วท็ ส่ีดทุ pH 7 ่ี

3. เอนไซมทำงานได ์ เร้ วข็ นเม ้ึ อ่ื pH มคีาเพ่ มข่ิ น้ึ

4. การทำงานของเอนไซมไม์ ส่ มพั นธั ก์ บคั า่ pH

 
4. ให้ศึกษาข้อมูลจากตารางแล้วตอบคำถาม

ตาราง อตราการส ั งเคราะห ั ด์ วยแสงท ้ อ่ีณหภ ุ มู ติาง่ ๆ ของพชื 4 ชนดิ

 อตราการส ั งเคราะห ั ด์ วยแสง ้ ( 2 -1

ชนิดของพืช

s - ?mol m ) ทอ่ีณหภ ุ มู ติางๆ ่

 20 o

C 35 o

C

1 10 30

2 15 40

3 20 50

4 50 20

ถาต้ องการปล ้ กพู ชเหล ื าน่ ในประเทศไทย ้ี ควรเลอกปล ื กพู ชชน ื ดใด ิ เรยงตามลำด ี บั

จากมากไปนอย้

1. ชนดทิ 1 2 3 ่ี และ 4

2. ชนดทิ 3 1 2 ่ี และ 4

3. ชนดทิ 3 2 1 ่ี และ 4

4. ชนดทิ 4 3 2 ่ี และ 1

 
5. เมอม่ื การปฏ ี สนธ ิ ในดอกไม ิ ท้ ม่ีโครงสร ี างด ้ งภาพ ั

ภาพโครงสรางดอกไม ้ ้

ชนิดของผลที่เกิดขึ้นควรเป็นอย่างไร

1. 1 ผลม 1 ี เมลด็

2. 1 ผลมหลายเมล ี ด็

3. หลายผลอยตู่ ดกิ นแต ั ละผลม ่ 1 ี เมลด็

4. หลายผลอยตู่ ดกิ นแต ั ละผลม ่ หลายเมล ี ด็


6. ทดลองใสพ่ ชนื ำชน ้ ดติ าง่ ๆ ทละชน ี ดในอ ิ างน่ ำท้ ครอบด ่ี วยหลอดแก ้ วด้ งภาพ ั

โดยใหแสงเป ้ นเวลา ็ 10 นาท ีไดผลด ้ งตาราง ั

แสง

ฟองอากาศ

หลอดแก้ว

อ่างน้ำ

พืชน้ำ

ตาราง จำนวนฟองอากาศทเก่ี ดขิ นเม ้ึ อใส ่ื พ่ ชนื ำชน ้ ดติ างๆ ่

ชนิดของพืชน้ำ จำนวนฟองอากาศ (ฟอง)

 A 15

 B 30

 C 10

ในการทดลองน ้ี ขอใดเป ้ นต็ วแปรท ั ต่ีองการศ ้ กษาและต ึ วแปรต ั นตามลำด ้ บั

1. ชนิดของพืชน้ำ จำนวนฟองอากาศ

2. ฟองอากาศ พืชน้ำชนิดต่างๆ

3. ชนิดของพืชน้ำ ฟองอากาศ

4. จำนวนฟองอากาศ ชนิดของพืชน้ำ


7. ตาราง ปรมาณของตะก ิ วในสารละลายตะก ่ั วท่ั ถ่ีกดู ดซู บดั วยถ ้ านก ่ มมั นตั ชน์ ดหน ิ ง่ึ

ความเขมข้ นของสารละลายตะก ้ ว ปร ่ั ิมาณของตะกั่วที่ถูกดูดซับ

 (มลลิ โมลต ิ อล่ ตริ ) (มลลิ โมลต ิ อกร ่ มั)

 0.01 0.09

 0.05 0.14

 0.19 0.19

 0.36 0.20


ศกษาข ึ อม้ ลในตารางข ู างต ้ น้ แลวตอบคำถาม ้

ถาความเข ้ มข้ นของสารละลายตะก ้ ว่ั เทาก่ บั 0.25 มลลิ โมลต ิ อล่ ตริ

ถานก ่ มมั นตั จะด ์ ดซู บตะก ั วไว ่ั ได้ ก้ม่ีลลิ โมลต ิ อกร ่ มั

1. 0.09 - 0.13 2. 0.14 - 0.18

3. 0.19 - 0.20 4. มากกวา่ 0.20


8. ใหพ้จารณาล ิ กษณะเซลล ั ส์ งม่ิ ชีวีติ 4 ชนดิ แลวตอบคำถาม ้

ภาพลกษณะเซลล ั ส์ งม่ิ ชีวีตชน ิ ดติ างๆ ่

เซลลใดเป ์ นเซลล ็ ส์ ตวั ์

1. A และ B 2. B และ C

3. C และ D 4. B และ D


9. ให้ศึกษาภาพสายใยอาหารของสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ แล้วตอบคำถาม

ภาพสายใยอาหาร

สิ่งมีชีวิตใดเป็นทั้งเหยื่อและผู้ล่า

1. และ 2. และ

3. และ 4. และ


10. การศกษาเต ึ าญ่ ป่ีนในแหล ุ่ งน่ ำของไทย ้ พบวา่ มการกระจายพ ี นธั ได์ุ ด้ ีเตบโตเร ิ ว็

อดทนสงู และกนไข ิ ปลาและไข ่ เต่ านาซ ่ งเป่ึ นส็ ตวั ประจำถ ์ นของไทยเป ่ิ นอาหาร ็

จากสงท่ิ ค่ีนพบ ้ ใหระบ ้ ผลกระทบต ุ อส่ งม่ิ ชีวีตติ างๆ ่ ในระบบนเวศิ

1. ผผลู้ ตมิ จำนวนลดลง ี

2. ปลาและเต่านามีจำนวนคงเดิม

3. ผลู้าม่ จำนวนเพ ี มข่ิ น้ึ

4. สัตว์ชนิดอื่นที่กินปลามีจำนวนเพิ่มขึ้น

 
11. ตาราง จำนวนอะตอมของธาตตุ างๆ ่ ในโมเลกลของสารชน ุ ดติ างๆ ่

ชนิดของสาร

 จำนวนอะตอมของธาตตุ างๆ ่ ในโมเลกลของสาร ุ

 ธาต X ุ ธาต Y ุ ธาต Zุ

1 1 2 1

2 - 2 -

3 2 2 -

4 1 - 1

5 2 - -

จากตาราง มสารก ี ชน่ี ดทิ จ่ีดเปั นสารประกอบ ็

1. 2

2. 3

3. 4

4. 5


12. นำเกล ้ อและน ื ำเช้ อมจ ่ื ดเปั นสารชน ็ ดใด ิ

1. สารละลาย

2. สารเนอผสม ้ื

3. สารบรสิทธุ ์ิ

4. สารประกอบ


13. ตาราง ปรมาณค ิ ดเปิ นร็ อยละของโลหะชน ้ ดติ างๆ ่ ทเป่ี นส็ วนประกอบของเหร ่ ยญี

ประเภทตางๆ ่

ประเภท

ของเหรยญี

ปรมาณค ิ ดเปิ นร็ อยละของโลหะชน ้ ดติ างๆ ่ ทเป่ี นส็ วนประกอบของเหร ่ ยญี

 โลหะ A โลหะ B โลหะ C โลหะ D โลหะ E

 1 92.5 7.5 - - -

 2 - 75.0 25.0 - -

 3 - 92.0 - 6.0 2.0

 4 - - 5.0 - 95.0


จากตาราง จงตอบคำถามตอไปน ่ ้ี

ถาโลหะ ้ C และ E มสมบ ี ตัเปิ นสารแม ็ เหล่ ก็

แมเหล่ กจะ ็ ไมสามารถด ่ ดเหร ู ยญประเภทใด ี

1. 1

2. 2

3. 3

4. 4

 
14. ตาราง ลกษณะและการเปล ั ยนแปลงของของเหลวชน ่ี ดติ างๆ ่

ชนดของ ิ

ของเหลว สี ตะกอน ผลทได่ี จากการระเหย ้ อณหภ ุ มู ขณะเปล ิ ยนสถานะ ่ี

 A ใสไมม่ สีี มตะกอนท ี ก่ีนภาชนะ ได ้ ้ของแข็งสีขาวขุ่น อณหภ ุ มู เพิ มส่ิ งขู น้ึ

 B ใสไมม่ สีี ไมม่ ตะกอน ได ี ้ของแข็งสีขาว อณหภ ุ มู เพิ มส่ิ งขู น้ึ

 C ฟ้า ไมม่ ตะกอน ได ี ของแข ้ งส็ ฟีา อ ้ ณหภ ุ มู เพิ มส่ิ งขู น้ึ

 D ใสไมม่ สีี ไมม่ ตะกอน ไม ี พบสารตกค ่ าง อ ้ ณหภ ุ มู คงท ิ ่ี

ของเหลวใดบ้างจัดเป็นสารเนื้อเดียว

1. A เทาน่ น้ั

2. B และ C

3. B C และ D

4. D เทาน่ น้ั


15. แผนภาพสของอ ี นดิ เคเตอร ิ A B ์ และ C ในชวง่ pH ตาง่ ๆ

จากขอม้ ลในแผนภาพ ู ถาทดสอบสารละลายแคลเซ ้ ยมไฮดรอกไซด ี ท์ ม่ี pH 8 ี

ดวยอ ้ นดิ เคเตอร ิ A B ์ และ C จะไดส้ ใดเก ี ดขิ น้ึ ตามลำดบั

1. เหลอง ไม ื ม่ สีี เหลองื

2. สม ไม ้ ม่ สีี นำเง้ นิ

3. แดง ชมพเขู ม้ นำเง้ นิ

4. สม ชมพ ้ อูอน่ เขยวี


16. ตาราง จดหลอมเหลวของสารประกอบออกไซด ุ ของแมงกาน ์ สชน ี ดติ างๆ ่

ชนดของสารประกอบออกไซด ิ ของแมงกาน ์ สี จดหลอมเหลว ุ (องศาเซลเซยสี )

 ชนดทิ 1 6 ่ี

 ชนดทิ 2 535 ่ี

 ชนดทิ 3 1,000 ่ี

 ชนดทิ 4 1,590 ่ี

 ชนดทิ 5 1,800 ่ี

จากขอม้ ลในตาราง ู ทอ่ีณหภ ุ มู 1,200 ิ องศาเซลเซยสี

สารประกอบออกไซด์ของแมงกานีสชนิดใดมีสถานะเป็นของแข็งเท่านั้น

1. ชนดทิ 1 ่ี และ 2 2. ชนดทิ 2 ่ี และ 3

3. ชนดทิ 3 ่ี และ 4 4. ชนดทิ 4 ่ี และ 5


17. ตาราง สถานะของสารในตวกลางและสถานะของต ั วกลางของคอลลอยด ั ชน์ ดติ าง่ ๆ

ชนิดของคอลลอยด์ สถานะของสารในตัวกลาง สถานะของตวกลาง ั

อมิลชั นั ของเหลว ของเหลว

แอโรซอล ของเหลว แก๊ส

เจล ของแขง็ ของเหลว

โฟม แก๊ส ของเหลว

ถาเมฆและหมอกเป ้ นหยดน ็ ำขนาดเล ้ กท็ ลอยอย ่ี ในอากาศ ู่

เมฆและหมอกจดเปั นคอลลอยด ็ ชน์ ดใด ิ

1. เจล 2. โฟม

3. อมิลชั นั 4. แอโรซอล


18. พจารณาสมการต ิ อไปน ่ ้ีแลวตอบคำถาม ้

ก. แกสไฮโดรเจน ๊ + แกสออกซ ๊ เจนิ นำ้

ข. แมกนเซี ยมี + แกสออกซ ๊ เจน แมกน ิ เซี ยมออกไซด ี ์

ค. กรดไฮโดรคลอรกิ + โซเดยมไฮดรอกไซด ี ์ โซเดยมคลอไรด ี + ์ นำ้

การเปลยนแปลงในข ่ี อใด ้ จดเปั นการเปล ็ ยนแปลงทางเคม ่ี ทีงหมด ้ั

1. ก และ ข

2. ข และ ค

3. ค และ ก

4. ก ข และ ค


19. เดกชายธ ็ ระเดชต ี องการทดลองเร ้ อง่ื ?การละลายของสารในตวทำละลายต ั างก่ นั?

โดยใช้น้ำและแอลกอฮอล์เป็นตัวทำละลาย

การทดลองน ้ีขอใดเป ้ นต็ วแปรท ั ถ่ีกตู องท ้ ส่ีดุ

ขอ ต ้ ัวแปรต้น ตวแปรตาม ั

 1 นำ้ และ แอลกอฮอล์ การละลายในแอลกอฮอล์

 2 ชนดของสาร การละลายของสารต ิ างๆ ่

 3 การละลายของสารตางๆ ต ่ ัวทำละลายต่างๆ

 4 ชนดของต ิ วทำละลาย ความสามารถในการละลาย ั


20. ตาราง ผลการกรองสารทม่ีลีกษณะต ั างๆ ่ โดยใชกระดาษกรองและกระดาษ ้

เซลโลเฟนบางชนิด

 ผลการกรองดวยกระดาษชน ้ ดติ างๆ ่

สาร ลกษณะของสาร ั

 A ของเหลวขนสุ่ ดำี มตะกอนส ี ดำบนกระดาษกรอง ี มตะกอนส ี ดำบนกระดาษเซลโลเฟน ี

กระดาษกรอง กระดาษเซลโลเฟน

 และไดของเหลวใสไม ้ ม่ สีี และไดของเหลวใสไม ้ ม่ สีี

 B ของเหลวขนสุ่ ขาว ี ไมม่ สารบนกระดาษกรอง ี มตะกอนส ี ขาวบนกระดาษเซลโลเฟน ี

 C ของเหลวใสสเหลี องื ไมม่ สารบนกระดาษกรอง ี ไมม่ สารบนกระดาษเซลโลเฟน ี

 และไดของเหลวข ้ นขาว ุ่ และไดของเหลวใส ้ ไมม่ สีี

 และไดของเหลวส ้ เหลี องื และไดของเหลวส ้ เหลี องื

 D ของเหลวใสสสีม้ มตะกอนส ี สีมบนกระดาษกรอง ้ มตะกอนส ี สีมบนกระดาษเซลโลเฟน ้

 และไดของเหลวใสไม ้ ม่ สีี และไดของเหลวใสไม ้ ม่ สีี

จากตาราง จงเรยงลำด ี บขนาดอน ั ภาคของสารจากขนาดใหญ ุ ท่ ส่ีดไปหาขนาดเล ุ กท็ ส่ีดุ

1. A > D > B > C

2. A > B > D > C

3. D > A > C > B

4. D > C > A > B


21. ผลกวั ตถั ดุวยแรง ้ 3 นวติ น ในแนวขนานก ั ับพื้น ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ไปบนพื้นราบ

เปนระยะทาง ็ 12 เมตร จะเกดงานเน ิ องจากการผล ่ื กวั ตถั เทุ าใด่

1. 4 นวติ นั - เมตร

2. 9 นวติ นั - เมตร

3. 15 นวติ นั - เมตร

4. 36 นวติ นั - เมตร


22. ปลอยว ่ ตถั ออกจากตำแหน ุ งท่ 1 ่ี ใหตกลงในหล ้ มุ

ผานตำแหน ่ งท่ 2 3 ่ี และ 4 ตามลำดบั ดงภาพ ั

วัตถุ

พนด้ื นปากหล ิ มุ

1

2

3

4

ณ ตำแหนงใดท ่ ว่ีตถั มุ พลี งงานศ ั กยั ส์ งทู ส่ีดุ

1. ตำแหนงท่ 1่ี

2. ตำแหนงท่ 2่ี

3. ตำแหนงท่ 3่ี

4. ตำแหนงท่ 4่ี

23. บานหล ้ งหน ั งใช่ึ ไฟฟ ้ า้ 220 โวลต ์และฟวสิ ขนาด ์ 10 แอมแปร ์การใชเคร้ อง่ื

ใช้ไฟฟ้าภายในบ้านทุกเครื่องรวมกันสูงสุดไม่ควรเกินเท่าใด

1. 22 วตตั ์

2. 220 วตตั ์

3. 2,200 วตตั ์

4. 22 กโลว ิ ตตั ์


24. ตาราง กำลงไฟฟ ั าและระยะเวลาท ้ ใช่ี งานของหลอดไฟฟ ้ า้ A และ B

ชนิดของหลอดไฟฟ้า กำลงไฟฟ ั า้ (วตตั ) ์ ระยะเวลาทใช่ี งาน้ (ชวโมง ่ั )

 A 75 150

 B 20 150

กำหนดให 1 ้ หนวย่ = 1 กโลว ิ ตตั - ์ ชวโมง ่ั

หลอดไฟ A ใชพล้ งงานไฟฟ ั าส้ งกว ู าหลอดไฟ ่ B กหน่ี วย่

1. 55 2. 3.00

3. 8.25 4. 11.25


25. ใหวงจรไฟฟ ้ าหน ้ งประกอบด ่ึ วย้ แหลงกำเน ่ ดไฟฟ ิ า้ ( ) หลอดไฟฟา้ ( )

และสวตซิ ( ) ์ ภาพใดแสดงวงจรไฟฟาท้ ม่ีสวี ตซิ ควบค ์ มการ ุ

ปดิ - เปดหลอดไฟได ิ ้พรอมก ้ นทั กหลอด ุ

1. 2.

3. 4.


26. ออกแรง F

ทวางน ่ี งอย ่ิ บนพ ู่ นล้ื น่ื ดงภาพ ั และไดผลการทดลอง ้ ดงตาราง ั

ตาราง แรงทกระทำต ่ี อกล ่ อง่ M ในทศทางตรงก ิ นขั ามพร ้ อมก ้ นจำนวน ั 4 ครง้ั

ครั้งที่ แรง F

 1 50 25

 2 25 25

 3 25 50

 4 60 60


การออกแรงครงใดทำให ้ั กล้ อง่ M เคลอนท ่ื ด่ีวยความเร ้ งในท ่ ศเด ิ ยวก ี บแรง ั F

1. ครงท้ั 1 2. ่ี ครงท้ั 2่ี

3. ครงท้ั 3 4. ่ี ครงท้ั 4่ี

27. แขวนวตถั นุ ำหน ้ กั 10 นวติ นั กบเคร ั องช ่ื งสปร ่ั งิ A และ B ดงภาพ ั

 พรอมก ้ นในท ั ศตรงข ิ ามก ้ นั 4 ครง้ั กระทำตอกล ่ อง่ M

 และ F

1

2

 (นวติ นั) แรง F

1

 (นวติ นั)

2

F

1 F

M

2

2

A B

10 N

จากภาพ ถาอ้ านค ่ าจากเคร ่ องช ่ื งสปร ่ั งิ A ได 6 ้ นวติ นั คาท่ อ่ีานได ่ จาก้

เครองช ่ื งสปร ่ั งิ B ควรเปนเท ็ าใด่

1. 4 นิวตัน 2. 6 นิวตัน

3. 10 นิวตัน 4. 16 นิวตัน

 

28. แขวนวตถั กุ บคานเบายาว ั 10 เมตร ดงภาพ ั

X

F

10 m

30 N

50 N

จากภาพ ถาคานอย ้ ในภาวะสมด ู่ ลุ ระยะหาง่ (X) ระหวางจ่ ดหม ุ นุ (F)

กบวั ตถั 30 ุ นวติ นั เทาก่ บกั เมตร ่ี

1. 2.50 2. 3.75

3. 5.00 4. 6.25


29. ตาราง พลงงานศ ั กยั โน์ มถ้ วงและพล ่ งงานจลน ั ของก ์ อนห ้ นกิ อนหน ้ ง่ึ

ที่กำลังตกจากหน้าผาในระดับความสูงต่างๆ

 ความสงของก ู อนห ้ นิ

 เหนอพื นด้ื นิ (เมตร)

พลงงานศ ั กยั โน์ มถ้ วง่ (จลู) พลงงานจลน ั (์ จลู)

 60 1200 0

 40 A 400

 20 400 B

 0 C 1200

จากขอม้ ลในตาราง ู A B และ C มคีาก่ จ่ีลู เรยงตามลำด ี บั

1. 1200 800 และ 400 2. 800 800 และ 400

3. 800 800 และ 0 4. 800 400 และ 0


30. ในการทดลองใชค้อนด ้ ามยาว ้ 30 เซนตเมตร ิ ถอนตะปทู ตำแหน ่ี งห่ างจาก ่

จดหม ุ นุ 5 เซนตเมตร ิ ดงภาพข ั างล้ างและได ่ ผลด ้ งตาราง ั

ภาพการใช้ค้อนถอนตะปู

ปลายด้าม

30 cm

ตะปู

จดหม ุ นุ

5 cm

ตาราง แรงทใช่ี ถอนตะป ้ ดูวยค ้ อนโดยม ้ ระยะห ี างจากตำแหน ่ งท่ ม่ีอจื บคั อน้

ถึงปลายด้ามระยะต่างๆ

ระยะหางท่ ม่ีอจื บคั อนถ ้ งปลายด ึ าม้ (เซนตเมตร ิ ) แรงทใช่ีถอนตะป ้ ( ู นวติ นั)

0 10

5 20

 10 30

จากตาราง ตวแปรต ั นของการทดลองน ้ ค้ีออะไร ื

1. ความยาวของด้ามค้อน

2. แรงที่ใช้ถอนตะปู

3. ตำแหน่งที่มือจับด้ามค้อน

4. ระยะหางของตะป ่ ถูงจึ ดหม ุ นุ


31. อณหภ ุ มู ของโลกในป ิ จจั บุ นนั ส้ีงขู นเน ้ึ องจากสาเหต ่ื ใดมากท ุ ส่ีดุ

1. ภเขาไฟระเบ ู ดิ

2. ชั้นโอโซนเบาบางลง

3. มการเผาไหม ี น้ ำม้ นเช ั อเพล ้ื งมากข ิ น้ึ

4. น้ำแข็งขั้วโลกมีปริมาณลดลง


32. จากตาราง ใหตอบคำถาม ้

ตาราง สมบตับางประการของแร ิ ชน่ ดติ างๆ ่

แร่ สผงี ความวาว

A ขาวเงนิ วาวแบบโลหะ 2.5 - 3.0 10.50

B ขาว วาวแบบเพชร 6 - 7 6.80 - 7.10

C แดงอฐิ วาวแบบโลหะ 6.5 5.30

D ขาว คลายแก ้ ว้ 3 2.72

E เทาตะกว่ั วาวแบบโลหะ 2.5 7.50

 ความแขง็ ความหนาแนน่

(Mohs Scale) (g / cm3)


ข้อสรุปใดถูกต้อง

1. แร A ่ แขงกว ็ าแร ่ C่

2. แร E ่ หนาแนนกว ่ าแร ่ A่

3. แร C ่ มความวาวเหม ี อนแร ื B่

4. แร D ่ มสีผงเหม ี อนแร ื B่


33. ตาราง ปรมาณแก ิ สม๊ เทนท ี เก่ี ดจำแนกตามประเภทของแหล ิ งกำเน ่ ดติ าง่ ๆ

 แหลงกำเน ่ ดแก ิ สม๊ เทน ปร ี มาณแก ิ ส๊ (ลานต ้ นั)

 ตามธรรมชาติ พื้นที่ชุ่มน้ำ 120

แม่น้ำ 20

มหาสมทรุ 10

รังปลวก 10

จากกจกรรมของมน ิ ษยุ ์ เหมองแร ื ่ 100

เกษตรกรรม 190

การฝงกลบ ั 30

ขยะจากชมชน ุ 20

จากตาราง ขอความใดต ้ อไปน ่ เป้ี นจร ็ งิ

1. แกสม๊ เทนท ี เก่ี ดตามธรรมชาต ิ เทิ าก่ บั 500 ลานต ้ นั

2. พนท้ื ช่ีมนุ่ ำเป้ นแหล ็ งกำเน ่ ดแก ิ สม๊ เทนตามธรรมชาต ี มากท ิ ส่ีดุ

3. การทำเหมองแร ื เป่ นก็ จกรรมท ิ ทำให ่ี เก้ ดแก ิ สม๊ เทนมากท ี ส่ีดุ

4. แกสม๊ เทนท ี เก่ี ดขิ นจากก ้ึ จกรรมของมน ิ ษยุ น์ อยกว ้ าตามธรรมชาต ่ ิ


34. ใหพ้จารณาว ิ า่ กราฟในขอใด ้ แสดงความสมพั นธั ระหว ์ างขนาดของเม ่ ดด็ นกิ บั

ปรมาณน ิ ำท้ ซ่ีมผึ านได ่ ในเวลาเท ้ าก่ นเหมาะสมท ั ส่ีดุ

1.

)

ปริมาณน้ำที่ซึมผ่านได้ (cm3

80

60

40

20

0

0.5 1.0 1.5 2.0

ขนาดของเมดด็ นิ (cm)

ขนาดของเมดด็ นิ (cm) ปริมาณน้ำที่ซึมผ่านได้ (cm3

2.

) 40

80

60

20

0

0.5 1.0 1.5 2.0

ขนาดของเมดด็ นิ (cm) ปริมาณน้ำที่ซึมผ่านได้ (cm3

3.

) 40

80

60

20

0

0.5 1.0 1.5 2.0

ขนาดของเมดด็ นิ (cm) ปริมาณน้ำที่ซึมผ่านได้ (cm3

4.

) 40

80

60

20

0

0.5 1.5 2.0 1.0


35. ดาวเคราะหดวงใด ์ เมอมองจากบนโลกด ่ื วยตาเปล ้ าจะเห ่ นว็ าม่ ความ ี สวางมากท ่ ส่ีดุ

1. ดาวพุธ

2. ดาวศุกร์

3. ดาวอังคาร

4. ดาวพฤหัสบดี


36. วตถั ทุองฟ ้ าท้ เผาไหม ่ี ไม้ หมดในช ่ นบรรยากาศ ้ั และกำลงตกลงส ั พู่ นโลกเร ้ื ยกว ี า่

1. ดาวตก

2. ผีพุ่งไต้

3. อุกกาบาต

4. ดาวหาง


37. ดาวดวงใดอยู่ใกล้ขอบฟ้ามากที่สุด

1. ดาว A ทม่ีมีมเงย ุ 45 องศา ทางทิศเหนือ

2. ดาว B ทม่ีมีมเงย ุ 15 องศา ทางทิศตะวันตก

3. ดาว C ทม่ีมีมเงย ุ 25 องศา ทางทิศตะวันออก

4. ดาว D ทม่ีมีมเงย ุ 75 องศา ทางทิศใต้


38. ผลของคลนแม ่ื เหล่ กไฟฟ ็ าจากลมส ้ รุยะต ิ อโลกในข ่ อใดเป ้ นไปได ็ มากท ้ ส่ีดุ

1. ระบบสื่อสารระหว่างโลกกับดาวเทียมถูกรบกวน

2. สงม่ิ ชีวีตบนโลก ิ เจรญเต ิ บโตช ิ าลง ้

3. ขวของสนามแม ้ั เหล่ กโลกกล ็ บทั ศิ

4. วงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์เปลี่ยนไป


39. ภาพจำลองการโคจรของโลกรอบดวงอาทตยิ ์ ผานกล ่ มดาวจ ุ่ กรราศ ั ตีาง่ ๆ

จากภาพ ในตอนหวคั ำของค ่ นทื ม่ีทีองฟ ้ าโปร ้ ง่ ผสู้งเกตบนโลกจะมองเห ั น็

กลมดาวใดปรากฏข ุ่ นเป ้ึ นกล ็ มแรก ุ่

1. ดาวธนู

2. ดาววัว

3. ดาวปู

4. ดาวคนแบกหม้อน้ำ


40. ในระยะเวลา 2 - 3 ปทีผ่ีานมาน ่ กดาราศาสตร ั ได์ ประช ้ มตุ ดสั นให ิ ดาวดวงใด ้

ไมเป่ นดาวเคราะห ็ ในระบบส ์ รุยะอ ิ กตี อไป ่

1. ดาวพุธ

2. ดาวพลูโต

3. ดาวเนปจูน

4. ดาวยูเรนัส


41. ศาสนาในข้อใดเป็นศาสนาประเภทเอกเทวนิยม

1. พุทธ - พราหมณ์

2. อสลาม ิ - พุทธ

3. ซกขิ ์ - ครสติ ์

4. ครสติ ์ - อสลาม ิ


42. ภายหลงการส ั งคายนาพระไตรป ั ฎกคร ิ งท้ั 3 ่ี ในสมยพระเจ ั าอโศกมหาราชแล ้ ว้

ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญในข้อใด

1. เกดสงครามระหว ิ างศาสนาต ่ างๆ ่ ในประเทศอนเด ิ ยี

2. พระพทธศาสนากลายเป ุ นรากฐานของว ็ ฒนธรรมอ ั นเด ิ ยี

3. พระพุทธศาสนาเผยแผ่ไปยังดินแดนอาณานิคมของประเทศอินเดีย

4. พระเจาอโศกมหาราชส ้ งสมณท ่ ตไปประกาศศาสนาพ ู ทธนอกชมพ ุ ทวู ปี


43. ในคมภั รีอ์ลกั รอุ าน่ มหลี กคำสอนเก ั ยวก ่ี บความร ั กั ความเมตตาวา่

?ผใดขาดเมตตาแก ู้ เพ่ อนมน ่ื ษยุ ์ ผนู้ นจ้ั กไม ั ได่ ร้บความเมตตาเช ั นก่ นั?

คำสอนนสอดคล ้ี องก ้ บหล ั กธรรมของศาสนาพ ั ทธในข ุ อใด ้

1. สมบตั 4 2. ิ พรหมวหาร ิ 4

3. สงคหว ั ตถั 4 4. ุ กลจุ ริฏฐั ติธรรม ิ 4


44. บุคคลใดเตรียมตัวเพื่อการบริหารจิตได้ดีที่สุด

1. แกว้ นอนหลบพั กผั อนมาก ่ อนเพ ่ อเตร ่ื ยมใจให ี พร้ อม้

2. เกง่ ถวายสงฆทานเพ ั อเป่ื นอาม ็ สบิ ชาก ู อนท ่ จะปฏ ่ี บิตับิชาู

3. กลา้ มศรี ทธา ั ตดความว ั ตกก ิ งวล ั

4. เกด บรหารร ิ างกายมาก ่ อน่


45. ศาลาการเปรยญี วดทั าทราย ่ ชำรดผุ พุ งั ผใหญู้ บ่ านท ้ าทรายควรดำเน ่ นการอย ิ างไร ่

1. เรยกชาวบ ี านมาช ้ วยก ่ นซั อมแซม ่

2. ทำหนงสั อราชการของบประมาณแผ ื นด่ นมาซ ิ อมแซม ่

3. จดผั าป้ าสาม ่ คคั ปีละหลายๆ ี ครง้ั เพอนำเง ่ื นมาสร ิ างใหม ้ ่

4. ประชมปร ุ กษาหาร ึ อระหว ื างพระสงฆ ่ ก์ บฆราวาสเพ ั อแก ่ื ป้ ญหาร ั วมก ่ นั


46. นกเรั ยนระด ี บชั น้ั ม. 3 จะประสบความสำเรจในการศ ็ กษาเล ึ าเร่ ยนได ี ้จะตองปฏ ้ บิตัิ

ตามหลกของค ั ณธรรมข ุ อใด ้

1. อทธิ บาท ิ 4 2. พรหมวหาร ิ 4

3. ฆราวาสธรรม 4 4. ปธาน 4


47. คณปุ าม้ ความท ี กขุ ใจมากเม ์ อพบว ่ื าม่ รอยย ี นท่ หางตา ่ี ความทกขุ น์ เก้ี ดขิ นเพราะท ้ึ าน่

ไมเข่ าใจธรรมะในข ้ อใด

1. อตถะ ั 3 2. ไตรลกษณ ั ์

3. ไตรวัฏฏ์ 4. ปปญจธรรม ั 3


48. เพอนๆ ่ื ไมยอมให ่ ส้ ฟีาเข้ ากล้ มทำรายงาน ุ่ เพราะมอบหมายใหทำส ้ งใดก ่ิ ม็กหลงล ั มื

อยเสมอ ู่ ดงนั นส้ั ฟีาควรต ้ ดสั นใจทำอย ิ างไร ่

1. พยายามฝกตนให ึ ม้ สตี สิมปช ั ญญะอย ั เสมอ ู่

2. พยายามไปขอเขากล้ มทำรายงานก ุ่ บเพั อนกล ่ื มอุ่ น่ื

3. ขออนุญาตคุณครูทำรายงานเดี่ยว

4. ขอทดสอบแทนการทำรายงาน


49. คณยายพาหลานสาวไปต ุ กบาตร ั บรเวณหน ิ าบ้ าน้ พระสงฆร์ ปหน ู งเด่ึ นมาร ิ บบาตร ั

คณยายจ ุ งนึ มนต ิ พระสงฆ ์ ให์ มาร ้ บบาตรในว ั นพร ั งนุ่ ด้ีวย้ พระสงฆจะกล ์ าวตอบ ่

อยางไร ่

1. ครบผม ั 2. ขอบคุณโยม

3. เจรญพร ิ 4. อนโมทนา ุ


50. ทุกข้อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนต่อพระภิกษุยกเว้นข้อใด

1. ปฏิบัติต่อพระภิกษุด้วยความเต็มใจ

2. ปฏิบัติต่อพระภิกษุด้วยอามิสทาน

3. ใหความเคารพพระภ ้ กษิ ดุวยกาย ้ วาจา ใจ

4. ใหความเคารพพระภ ้ กษิ ทุ ม่ีจำนวนพรรษามากกว ี าภ่ กษิ ทุ ม่ีพรรษาน ี อย้


51. เพราะเหตใดุ คนไทยทกคนท ุ ม่ีรายได ี ้ตองม ้ ภาระผ ี กพู นในการเส ั ยภาษ ี ใหี ก้ บรั ฐั

1. คนไทยจะไดร้บบร ั การสาธารณ ิ ปโภคข ู นพ้ั นฐานและม ้ื กองท ี พไว ั ป้องก ้ นประเทศ ั

2. คนไทยจะไดปฏ้ บิตัตนตามกฎหมาย ิ ไมกระทำการใดใดให ่ ผ้อู้นเด ่ื อดร ื อน้

3. คนไทยทกคนจะได ุ ส้ ทธิ เสริ ภาพในการประกอบอาช ี พอย ี างเสร ่ ีมการแข ี งข่ นั

อยางเป ่ นธรรม ็

4. คนไทยทกคนม ุ ความม ี นคงในทางการเม ่ั องื เศรษฐกจิ และสงคม ั


52. การกระทำขอใด ้ เปนการละเม ็ ดสิ ทธิ มนิ ษยชน ุ

1. แมค่ าช้ งผลไม ่ั ให้ ล้กคู าไม้ ครบตามน ่ ำหน ้ กทั เล่ีอกซ ื อ้ื

2. ตำรวจจบกั มผุ ขู้ บขั จ่ีกรยานยนต ั ท์ ไม่ี สวมหมวกก ่ นนั อค็

3. นายจ้างทุบตีลูกจ้างเพื่อลงโทษแทนการหักค่าจ้าง

4. ผจู้ดการโรงเร ั ยนเอกชนให ี คร้ ออกจากงานเน ู องจากขาดงานบ ่ื อยๆ ่


53. ข้อใดต่อไปนี้ไม่จัดว่าเป็นความผิดทางอาญา

1. เมฆ ขบรถโดยประมาทเป ั นเหต ็ ใหุ ผ้อู้นถ่ื งแก ึ ความตาย ่

2. มน่ั สงจ่ั ายเช ่ คโดยท ็ ร่ีวู้าไม่ ม่ เงีนในบ ิ ญชั เงีนฝากของตน ิ

3. มตริ ถกตำรวจจราจรออกใบส ู งโทษฐานจอดรถในท ่ั ห่ีามจอด ้

4. แมน ถกเมย ู ฟ์ องศาลขอหย ้ าขาดจากความเป ่ นสาม ็ - ี ภรรยา


54. วฒนธรรมด ั านท ้ อย่ี อาศ ู่ ยของคนไทยในสม ั ยกั อนจะคล ่ ายคล ้ งกึ นั โดยมกจะสร ั าง้

บานเร ้ อนใต ื ถ้ นสุ งู มหลี งคาลาดช ั นั เพราะสาเหตใดุ

1. อิทธิพลด้านความเชื่อ

2. ภมู หลิ งทางประว ั ตัศาสตร

3. อุปนิสัยใจคอ

4. สภาพแวดลอมทางภ ้ มู ศาสตร ิ ์


55. ภมู ปิญญาไทยเป ั นสมบ ็ ตัของชาต ิ ทิคนไทยท ่ี กคนจะต ุ องอน ้ รุกษั ์ สงเสร ่ มิ

และเผยแพรให่ คนในชาต ้ ไดิ เร้ ยนร ี ู้เนองจากเหต ่ื ผลในข ุ อใด ้

1. เป็นของเก่าแก่ตกทอดมาช้านาน

2. เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ชาติไทย

3. เป็นหน้าที่ตามกฎหมายของคนไทย

4. เป็นมรดกทรัพย์สินทางปัญญาของชาติ


56. ระบอบการปกครองแบบประชาธปไตย ิ มขีอเส้ ยี ในขอใด ้

1. ใชเวลานานในการพ ้ จารณาและต ิ ดสั นใจในแต ิ ละเร ่ อง่ื เพราะตองผ ้ านการยอมร ่ บั

จากคนส่วนใหญ่

2. ประชาชนมสีทธิ และเสร ิ ภาพ ี แตต่ องอย ้ ภายใต ู่ ขอบเขตของกฎหมาย ้

3. ประเทศมความเจร ี ญกิ าวหน ้ าอย ้ างรวดเร ่ ว็ ตามศกยภาพของประชาชนท ั ม่ีอยี ู่

อยางเต ่ มท็ ่ี

4. ประชาชนเขาไปม ้ บทบาทในการบร ี หารประเทศได ิ ้ มการจ ี ดตั งพรรคการเม ้ั องื

การรวมกลมผลประโยชน ุ่ ต์ างๆ ่


57. เมอเก่ื ดความข ิ ดแย ั งข้ นระหว ้ึ างฝ ่ ายบร ่ หารก ิ บฝั ายน ่ ติบิญญั ตั ิตามหลกการ ั

ประชาธปไตย ิ ตองปฏ ้ บิตัอยิ างไร ่

1. ใหต้ลาการศาลร ุ ฐธรรมน ั ญวู นิจฉิ ยชั ขาด ้ี

2. คืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจเลือกตั้งใหม่

3. ถวายฎีกาให้พระมหากษัตริย์ทรงวินิจฉัย

4. ใหฝ้ายน ่ ติบิญญั ตั ิบรหาร ิ และตลาการร ุ วมก ่ นปร ั กษาแก ึ ไข้


58. การกระทำขอใดสอดคล ้ องก ้ บหล ั กการปกครองในระบอบประชาธ ั ปไตย ิ

1. ?พรรคการเมองเทอดไท ื ? ประกาศนโยบายตอต่ านร ้ ฐบาลท ั กรุ ปแบบ ู

2. หนงสั อพื มพิ ?์ ถนไทย ่ิ ? ลงขาวว ่ จารณ ิ การทำงานของร ์ ฐบาลอย ั างตรงไป ่

ตรงมา

3. กลมผุ่ ชู้มนุ มประท ุ วงร ้ ฐบาลป ั ดประต ิ หู ามข ้ าราชการเข ้ าออก ้

4. ?พรรคการเมองม ื งไทุ่ ? ประกาศไมยอมร ่ บคำต ั ดสั นของต ิ ลาการศาลร ุ ฐธรรมน ั ญู

ในกรณยีบพรรค ุ


59. บทบาทสำคัญที่สุดของประชาชนในการมีส่วนร่วมในการปกครองระบอบ

ประชาธปไตยตามท ิ ร่ีฐธรรมน ั ญกำหนด ู คอขื อใด ้

1. รวมตวกั นจั ดตั งพรรคการเม ้ั องื

2. จดตั งกล ้ั มผลประโยชน ุ่ เพ์ อต่ื อรองก ่ บนโยบายของร ั ฐั

3. แสดงความคิดเห็นของตนเองตามสื่อต่างๆ

4. ไปใช้สิทธิทางการเมืองของตนเองในการเลือกตั้งทุกครั้ง


60. สงคมทางการเม ั องท ื ด่ีจะทำให ี เราม ้ ชีวีตทิ ม่ีนคงปลอดภ ่ั ยั มความเป ี นอย ็ ทู่ ด่ีี

และมความสงบส ี ขุ ทงน้ั ต้ีองอาศ ้ ยปั จจั ยขั อใด ้

1. มพรรคการเม ี องท ื เข่ี มแข ้ งเพ็ ยงพรรคเด ี ยวี

2. มผีนำประเทศท ู้ อย่ี ในอำนาจต ู่ ดติ อก่ นหลายวาระ ั

3. มีประชาชนที่รู้จักใชส้ิทธิและหน้าที่ของตนเองตามกฎหมาย

4. มประชาชนท ี เร่ียกร ี องส ้ ทธิ และปกป ิ องผลประโยชน ้ ของตนเอง ์


61. เพราะเหตุใดจึงจัดหน่วยครอบครัวเป็นหน่วยหนึ่งของระบบเศรษฐกิจส่วนรวม

1. หน่วยครอบครัวเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค

2. หน่วยครอบครัวเป็นผู้ใช้ปัจจัยการผลิต

3. หน่วยครอบครัวเป็นผู้ผลิตสนคิ ้าและบริการ

4. หน่วยครอบครัวเป็นผู้ใช้ทรัพยากรทั้งหมด


62. ขอใดอธ ้ บายคำว ิ า่ ?ทรพยากร ั ? ในทางเศรษฐศาสตรได์ ถ้กตู อง้

1. สงท่ิ จะนำมาผล ่ี ตสิ นคิ าและบร ้ การ ิ เพอจำหน ่ื ายจ่ ายแจกให ่ แก้ ผ่ บรู้ โภค ิ

2. การกระจายรายไดให้ แก้ เจ่ าของป ้ จจั ยการผล ั ติ

3. การผลตสิ นคิ า้ และบรการ ิ โดยมงหว ุ่ งกำไรส ั งสู ดุ

4. ทด่ีนิ แรงงาน ทนุ และผประกอบการ ู้


63. ปจจั ยขั อใดม ้ อีทธิ พลิ นอยท ้ ส่ีดตุ อการต ่ ดสั นใจซ ิ อของผ ้ื บรู้ โภค ิ

1. รสนยมของผ ิ บรู้ โภค ิ

2. การโฆษณาสินค้า

3. รายได้ของผู้บริโภค

4. ราคาของสินค้า


64. บคคลใดต ุ อไปน ่ ม้ีความเหมาะสมท ี จะเข ่ี าร้ วมในก ่ จกรรมสหกรณ ิ ์

1. บุญมา มความประสงค ี จะก ์ ยู้มเง ื นเพิ อนำไปขยายก ่ื จการบ ิ านเช ้ า่

2. บญมุ ี เขาร้ วมเป ่ นสมาช ็ กนิ คมเพ ิ อแลกเปล ่ื ยนความร ่ี ในการลงท ู้ นุ

3. บญหมาย ุ นยมซ ิ อส้ื นคิ านำเข ้ าจากต ้ างประเทศ ่

4. บญเหล ุ อื สนใจลงทนในธ ุ รกุ จริ านสะดวกซ ้ อ้ื


65. การปฏบิตัตนในข ิ อใดไม ้ สอดคล ่ องก ้ บคำว ั า่ ?เศรษฐกจพอเพ ิ ยงี ? ตามแนว

พระราชดำรของพระบาทสมเด ิ จพระเจ ็ าอย ้ หู่วั

1. ดำรงชวีตอย ิ อยู่ างเสร ่ ีไมเด่ อดร ื อน้ ไมพ่ งพาใคร ่ึ

2. ดำรงชวีตอย ิ างพอม ่ ีพอกนิ ซอส้ื งของตามความจำเป ่ิ น็ ตามฐานะ

3. ดำรงชวีตอย ิ างพอเพ ่ ยงม ี ความสะดวกสบาย ี แตต่ องไม ้ เบ่ ยดเบ ี ยนผ ี อู้น่ื

4. ดำรงชวีตอย ิ างประหย ่ ดทำอะไรด ั วยเหต ้ ดุวยผล ้ ประนประนอม ี

การเกษตร

 

66. ระบบเศรษฐกจมิ ความสำค ี ญตั อประเทศอย ่ างไร ่

1. ทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างผู้ผลิตเพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภค

2. ทำใหการดำเน ้ นกิ จกรรมทางเศรษฐก ิ จเปิ นไปตามท ็ ศทางท ิ ส่ีงคมต ั องการ ้

3. ทำให้การใช้ทรัพยากรเกิดประโยชน์สูงสุด

4. ทำให้เห็นความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศ


67. ถาปกต ้ มิงคั ดราคาก ุ โลกร ิ มละ ั 35 บาท ตอมาราคาลดต ่ ำลงอย ่ างรวดเร ่ วเหล ็ อื

กโลกร ิ มละ ั 15 บาท ภาวะเชนน่ บ้ีงบอกให ่ ผ้ ผลู้ ตทราบว ิ าเก่ ดปิ ญหาอะไรข ั น้ึ

1. ปรมาณส ิ นคิ าม้ นีอย้ ขาดตลาด

2. ปรมาณส ิ นคิ าม้ มาก ี ลนตลาด ้

3. ต้นทุนการปลูกมังคุดสูงขึ้น

4. ชาวสวนจะเลิกปลูกมังคุด


68. ภาวะเศรษฐกิจในข้อใดแสดงให้เห็นถึงปัญหาเงินเฟ้อ

1. ผู้ใช้แรงงานจะได้รับค่าแรงลดลง

2. การผลตจะเพ ิ มมากข ่ิ นและส ้ึ นคิ าจะล ้ นตลาด ้

3. ระดับราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

4. ระดับราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปลดลงเรื่อยๆ


69. แผนพฒนาเศรษฐก ั จและส ิ งคมแห ั งชาต ่ ิมความสำค ี ญอย ั างไรต ่ อการพ ่ ฒนาประเทศ ั

1. เปนแผนหล ็ กทั คณะร ่ี ฐมนตร ั ตีองย ้ ดถึ อปฏ ื บิตัตาม ิ

2. เปนมาตรการในการควบค ็ มให ุ เศรษฐก ้ จดำเน ิ นติ อไปได ่ ้

3. เป็นแนวทางหลักที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนควรคำนึงถึงในการดำเนินงาน

4. เปนข็ อตกลงร ้ วมก ่ นระหว ั างภาคร ่ ฐและเอกชนในการพ ั ฒนาประเทศ ั


70. ประเทศไทยไดร้บผลกระทบจากการรวมกล ั มทางเศรษฐก ุ่ จของสหภาพย ิ โรปุ

ในด้านใดมากที่สุด

1. ดานการค ้ าระหว ้ างประเทศและการลงท ่ นุ

2. ด้านการขยายตัวของการลงทุนจากต่างประเทศ

3. ดานเศรษฐก ้ จและว ิ ชาการอย ิ างเป ่ นร็ ปธรรม ู

4. ดานการยกเว ้ นอ้ ตราภาษ ั นำเข ี า้ และยกเลกมาตรการท ิ ม่ีใชิ ภาษ ่ ี

71. การกำหนดใชพ้ ทธศ ุ กราช ั ใหเร้ มน่ิ บในเหต ั การณ ุ ท์ สำค ่ี ญั เหตการณ ุ ใด์

1. พระสมมาส ั มพั ทธเจ ุ าประส ้ ตูิ

2. พระสมมาส ั มพั ทธเจ ุ าตร ้ สรั ู้

3. พระสมมาส ั มพั ทธเจ ุ าประกาศศาสนา ้

4. พระสมมาส ั มพั ทธเจ ุ าปร ้ นิพพาน ิ

72. การสรางสรรค ้ สถาป ์ ตยกรรมของชนชาต ั ใดไม ิ ส่ มพั นธั ก์ นั

1. วหารพาเธนอน ิ - ตรกุ ี

2. โคลอสเซยมี - อตาล ิ ี

3. ทัชมาฮาล - อนเด ิ ยี

4. บุโรพุทโธ - อนโดน ิ เซี ยี

73. ปัจจัยในข้อใดที่มีผลน้อยที่สุดต่อพัฒนาการการตั้งถิ่นฐานและการดำรงชีวิต

ของมนุษย์

1. ลกษณะภ ั มู ประเทศ ิ

2. ลักษณะของเชื้อชาติ

3. ความเหมาะสมของภมูอากาศ

4. ความสมบรณู ของทร ์ พยากรธรรมชาต ั ิ

 
74. อารยธรรมตะวนออกข ั อใดท ้ ม่ีผลต ี อประเทศไทยในด ่ านเศรษฐก ้ จิ

1. การใช้ปฏิทิน

2. การทำเครองส ่ื งคโลก ั

3. การปกครองระบอบประชาธปไตย

4. พระมหากษตรั ยิตามแบบธรรมราชา ์


75. เหตใดประเทศต ุ างๆ ่ ในทวปแอฟร ี กาจิ งยึ งคงร ั กษาว ั ฒนธรรมประเพณ ั ดีงเด้ั มิ

ของตนไว้ได้มาก

1. เปนทว ็ ปที ขาดแคลนทร ่ี พยากรธรรมชาต ั ิจงไม ึ ถ่ กยู ดครอง ึ

2. ไมม่ ีนโยบายกีดกันผิวในทุกประเทศ

3. ระบบชนเผ่ามีความเข้มแข็งเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

4. ชาวผิวขาวไม่ได้เข้าไปตั้งถิ่นฐานถาวรในทวีป


76. แนวคิดในข้อใดไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงสงครามเย็น

1. ลัทธิพาณิชย์นิยม

2. ทฤษฏีโดมิโน

3. ลทธั ทริ แมน ู

4. ลทธั ทินนุ ยมิ


77. การประกอบอาชพของคนไทยม ี ผลต ี อการสร ่ างสรรค ้ ภ์ มู ปิญญา ั

ตรงกับข้อความในข้อใด

1. เมอเสร ่ื จหน ็ านา ผ ้ ู้หญิงทอผ้า ผู้ชายตีเหล็ก

2. อยบู่านท ้ านอย ่ าน่ งด่ิ ดาย ู ปนว้ั วปั นควายให ้ั ล้กทู านเล ่ น่

3. ฝนทั่งให้เป็นเข็ม

4. ผวหาบ ั เมยคอน ี

 
78. รัชสมัยใดมไดิ ้จัดเป็นยุคทองของการกวีและวรรณคดี

1. พระเจ้าปราสาททอง

2. สมเดจพระนารายณ ็ มหาราช ์

3. พระบาทสมเดจพระพ ็ ทธเล ุ ศหล ิ านภาล ้ ยั

4. พระบาทสมเดจพระมงก ็ ฏเกล ุ าเจ้ าอย ้ หู่วั


79. ภายหลงการเปล ั ยนแปลงการปกครอง ่ี พ.ศ. 2475 แลว้ ประเทศไทยยงคงม ั การ ี

ปฏวิตัยิดอำนาจต ึ อมาอ ่ กหลายคร ี ง้ั โดยมลีกษณะท ั เหม ่ี อนก ื นหลายประการ ั

ยกเว้นข้อใด

1. สาเหตุมาจากการฉ้อราษฎร์บังหลวงของชนชั้นปกครอง

2. กลุ่มผู้ดำเนินการปฏิวัติยึดอำนาจเป็นกลุ่มทหารเป็นส่วนใหญ่

3. เกดจากความล ิ มเหลวในการบร ้ หารประเทศของผ ิ นำู้

4. การปฏิวัติเป็นไปด้วยความรุนแรงและเกิดการสูญเสียของประชาชน


80. ปจจั ยใดท ั ทำให ่ี เศรษฐก ้ จของประเทศไทย ิ เปลยนจากการผล ่ี ตเพิ อย่ื งชั พมาเป ี น็

การผลตเพิ อการค ่ื า้

1. การทำสนธสิญญาเบาร ั งิ

2. การดำเนินนโยบายผลิตเพื่อการค้าของผู้นำประเทศ

3. การมุ่งหวังกำไรของนายทุนในประเทศ

4. ความต้องการของประชาชนเป็นส่วนใหญ่


81. แผนทฉบ่ี บหน ั งใช่ึ มาตราส ้ วน่ 1 : 200,000 ระยะทางจากเมองื ก. ถงึ เมองื ข.

หางก่ นั 8 เซนตเมตร ิ เมองื ก. ถงเมึ องื ค. หางก่ นั 6 เซนตเมตร ิ ระยะทางจรงิ

ระหวางเม ่ องื ก. ถงเมึ องื ค. ใกลกว้ าระยะทางจร ่ งจากเม ิ องื ก. ถงเมึ องื ข. กก่ีโลเมตร ิ

1. 2 2. 4

3. 6 4. 8


82. เครองม ่ื อและเทคโนโลย ื ทางภ ี มู ศาสตร ิ ข์อใดม ้ ความจำเป ี นน็ อยท ้ ส่ีดุ

ในการพยากรณลมฟ ์ าอากาศประจำว ้ นั

1. แผนทร่ีฐกั จิ , ซสโมม ิ เตอร ิ ์

2. บอลลนู , บาโรมเตอร ิ ์

3. ภาพถายจากดาวเท ่ ยมี , เรดาร์

4. เครองบ ่ื นตรวจอากาศ ิ , แอนนโมม ิ เตอร ิ ์


83. ทต่ีงและอาณาเขตของทว ้ั ปเอเช ี ยี สงผลด ่ งตั อไปน ่ ้ียกเวน้ ขอใด ้

1. ภาคตะวันตกของทวีปมีความชุ่มชื้นน้อย

2. อทธิ พลของลมมรส ิ มเด ุ นช่ ดกว ั าทว ่ ปอี นๆ่ื

3. ทำใหเก้ ดหม ิ เกาะจำนวนมากท ู่ ส่ีดในโลก ุ

4. ภาคกลาง และภาคเหนอื เปนเขตประชากรเบาบาง ็


84. เขตภยธรรมชาต ั บริ เวณใด ิ ไมสอดคล ่ องก ้ นั

1. ภาคกลางของสหรฐอเมร ั กาิ - พายทอร ุ เนโด ์

2. ชายฝงตะว ่ั นตกของทว ั ปอเมร ี กาใต ิ - ้ แผนด่ นไหว ิ ภเขาไฟระเบ ู ดิ

3. ภมู ภาคเอเช ิ ยใต ี ้และชายฝงทะเลอ ่ั นดาม ั นั - พายไซโคลน ุ

4. รอบชายฝงทะเลดำ ่ั - สนาม ึ ิ


85. แหลงผล ่ ตพิ ชผลสำค ื ญของโลกต ั อไปน ่ ้ีขอใด ้ ไมส่ มพั นธั ก์ นั

1. ขาวสาล ้ - ี ลมแม ุ่ น่ ำเมอเรย ้ - ์ ดารล์ งิ และลมแม ุ่ น่ ำม้ สซิ สซิ ปปิ ี

2. ขาวเจ ้ า้ - ทราบด ่ี นตะกอนธารน ิ ำในเขตมรส ้ มเอเช ุ ยี

3. ยางพารา - เอเชยตะว ี นออกเฉ ั ยงใต ี ้และเอเชยตะว ี นตกเฉ ั ยงใต ี ้

4. กาแฟ - ทราบส ่ี งบราซ ู ลิ และทราบส ่ี งในแอฟร ู กาตะว ิ นออก ั


86. เสนทางเด ้ นเร ิ อบรรท ื กนุ ำม้ นจากอ ั าวเปอร ่ เซ์ ยี ไปยงประเทศส ั งคโปร ิ ควรผ ์ าน่

น่านน้ำใดจึงจะเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุด

1. มหาสมทรอ ุ นเด ิ ยี ชองแคบมะละกา ่

2. ช่องแคบฮอร์มุซ ทะเลเมดเตอร ิ เรเน ์ ยนี

3. มหาสมทรแปซ ุ ฟิกิ ชองแคบซ ่ นดา ุ

4. ทะเลแดง คลองสเอซุ


87. หากยายท ้ ต่ีงประเทศไทย ้ั ไปอยตำแหน ู่ งประเทศฟ ่ ลิปปิ นสิ ในป ์ จจั บุ นั

จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านใดมากที่สุด

1. ภยธรรมชาต ั จากแผ ิ นด่ นไหว ิ ภเขาไฟระเบ ู ดจะไม ิ ม่ ี

2. ความสะดวกดานการคมนาคมขนส ้ งจะลดลง ่

3. พายหมุ นจะไม ุ ร่ นแรง ุ

4. ไมสามารถผล ่ ตขิ าวเจ ้ าได ้ ้

 
88. การกระทำในขอใด ้ ไมใช่ ่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

1. การสรางฝายชะลอน ้ ำ้ เพอร่ื กษาความช ั มชุ่ นให ้ื พ้ นด้ื นและผ ิ นปื า่

2. การเพาะเลยงก ้ี งบร ุ้ เวณป ิ าชายเลน ่ เพอเพ่ื มความอ ่ิ ดมสมบ ุ รณู ให์ ้

ระบบนิเวศชายฝั่ง

3. การปลกหญ ู าแฝก ้ ตามพนท้ื ลาดช ่ี นั เพอลดการพ ่ื งทะลายของด ั นิ

4. การปลกตู นยางนา ้ เพอเพ่ื มพ่ิ นท้ื ป่ีาไม่ ด้วยว ้ ธิธรรมชาต ี ิ


89. ข้อใดกล่าวไมถ่ ูกต้อง

1. ประเทศทพ่ีฒนาแล ั ว้ จะมอีตราส ั วนของประชากรว ่ ยพั งพ่ึ งใกล ิ เค้ ยงี

กับประชากรวัยทำงาน

2. สาเหตุสำคัญที่ประชากรส่วนใหญ่ของโลกย้ายถิ่นเกิดจากปัญหาด้านเศรษฐกิจ

3. แนวทางสำคญในการแก ั ไขแหล ้ งเส่ อมโทรมในเม ่ื องใหญ ื ่ คอื การพฒนา ั

และการสร้างงานในชนบท

4. ปจจั บุ นการศ ั กษาภาคบ ึ งคั บของเยาวชนไทย ั คอื จบการศกษาช ึ นม้ั ธยมศ ั กษา ึ

ปที 3 ่ี หรอจบช ื วงช ่ นท้ั 3่ี


90. ใครจัดเป็นผู้ที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุด

1. มง เร ่ิ ยนเก ี ง่ มเพี อนฝ ่ื งมาก ู มงานทำ ี

2. มก ม ุ อาช ี พสี จรุ ตมิ นคง ่ั จตใจด ิ มีเมตตา ี

3. มน สขภาพแข ุ งแรง ็ เปนคนเก ็ ง่ และคนดี

4. แมน้ ฐานะรำรวย ่ มการศ ี กษาส ึ งู


แก้ไขวันที่ 07/03/2014 17:19:01     เข้าชม 1050 ครั้ง
  สปริงเกอร์.com ไอเดียแต่งบ้าน homeEST.com | Powered by webUB.com Copyright © 2018 EXAM.in.th